เรื่องฉาวความร้าวฉานของ 5 ตระกูลใหญ่ ความจริงแซบยิ่งกว่าละคร

เรื่องฉาวความร้าวฉานของ 5 ตระกูลใหญ่ ความจริงแซบยิ่งกว่าละคร

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมาคงไม่มีข่าวคราวไหนช็อกวงการธุรกิจและแวดวงไฮโซได้มากเท่ากับคำแถลงการณ์ของ “ครอบครัวณรงค์เดช-กลุ่มบริษัทเคพีเอ็น” ซึ่งประกอบด้วย ดร.เกษม ณรงค์เดช พร้อมลูกชายคนโตและคนเล็ก กฤษณ์-กรณ์ ณรงค์เดช ที่ว่อนในโลกออนไลน์ ประกาศถึงการไม่ขอรับผิดชอบต่อการกระทำใดๆ ของทายาทคนกลาง “ณพ ณรงค์เดช” หลังเจอปัญหาถูกฟ้องร้องคดีซื้อขายหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี โฮลดิ้ง จำกัด โดยในเนื้อคำแถลงการณ์มีดังนี้
ดร.เกษม ณรงค์เดช กับลูกๆ หลานๆ

“คำแถลงการณ์ของครอบครัวณรงค์เดช” และ “กลุ่มบริษัทเคพีเอ็น” โดย ดร.เกษม นายกฤษณ์ และนายกรณ์ ณรงค์เดช เกี่ยวกับกรณีนายณพ ณรงค์เดช เนื่องจากปัจจุบันปรากฏข่าวมากมายในเรื่องของความเกี่ยวพันระหว่างครอบครัวณรงค์เดช กับ บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) ออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ครอบครัวณรงค์เดช โดย ดร.เกษม ณรงค์เดช ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทเคพีเอ็น นายกฤษณ์ ณรงค์เดช ประธานกรรมการกลุ่มบริษัทเคพีเอ็น และนายกรณ์ ณรงค์เดช รองประธานกรรมการกลุ่มบริษัทเคพีเอ็น จึงมีความจำเป็นต้องส่งแถลงการณ์ต่อสาธารณะเพื่อให้ทราบโดยทั่วกันว่า การดำเนินการใดๆ ของนายณพ ณรงค์เดช ที่ผ่านมา และต่อจากนี้ครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น……..”

เรียกว่าเป็นแถลงการณ์ที่ประกาศชัดถึงการตัดความสัมพันธ์ของพ่อ พี่น้อง ที่มีต่อลูกชายคนกลางได้อย่างชัดเจน หากแต่ความสัมพันธ์ของพี่น้อง 3 ทหารเสือแห่งบ้านณรงค์เดชจะเป็นอย่างไร ขาเผือกต้องคอยติดตามชมกันอย่างใกล้ชิดแล้วล่ะค่ะท่านผู้ชม

ความจริงแล้วเรื่องแถลงการณ์ของครอบครัวณรงค์เดช ที่กำลังเป็นที่กล่าวขานถึงปัญหาความขัดแย้งของคนภายในครอบครัวนั้นไม่ใช่กรณีแรกที่ช็อกความรู้สึกของคนทั่วไป เพราะกรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งหลายครา โดยเฉพาะกับครอบครัวระดับมหาเศรษฐีเมืองไทยที่รวยล้นฟ้า หากแต่ต้องมีปัญหาความขัดแย้งกันเองภายในครอบครัวเพราะแบ่งทรัพย์สมบัติอันมหาศาลกันไม่ลงตัว จนกลายเป็นข่าวอึกทึกครึกโครมบนหน้า 1 ของหนังสือพิมพ์มาแล้วหลายครอบครัว

คุณหญิงพรทิพย์ และกรณ์ ณรงค์เดช

วันนี้ Celeb Online จึงได้รวบรวมครอบครัวระดับอภิมหาเศรษฐีเมืองไทยที่เคยมีข่าวฉาวเรื่องราวความขัดแย้งภายในครอบครัวที่ผ่านมาให้ผู้อ่านได้ชมกัน บางครอบครัวถึงขั้นพี่น้องตัดขาดสัมพันธ์ไม่มองหน้ากันเลยก็มี บางครอบครัวก็แซบยิ่งกว่าละครหลังข่าว ครอบครัวไหนจะแซบเดือดร้าวขนาดไหน ตามมาเลยคร่า

เมื่อหลายปีก่อนในยุคสมัยคุณหญิงแม่ของสามหนุ่มแห่งบ้าน ณรงค์เดช เองก็เคยมีปัญหาขัดแย้งกับพี่น้องภายในครอบครัว “พรประภา” มาแล้วเช่นกัน ซึ่งเป็นฝั่งบ้านของ คุณหญิงพรทิพย์ (พรประภา) ณรงค์เดช บุตรคนที่ 2 ของ ดร.ถาวร พรประภา ผู้ก่อตั้งบริษัท สยามกลการ จำกัด กับภรรยาคนที่ 2 โดยคุณหญิงพรทิพย์เข้ามาช่วยที่บ้านบริหารงานในบริษัทตั้งแต่อายุ 18 ปี เพราะผู้เป็นบิดาและภรรยาคนที่ 3 ของบิดาเสียชีวิต คุณหญิงพรทิพย์จึงได้เรียนรู้งานทุกอย่างภายในสยามกลการจนกลายเป็นหญิงเหล็กแห่งวงการธุรกิจ ต่อมาได้สมรสกับ ดร.เกษม ณรงค์เดช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามยามาฮ่า แล้วแยกตัวออกจากบ้านพรประภามาทำธุรกิจของตัวเอง ก่อตั้ง บริษัท เคพีเอ็น กรุ๊ป คอร์ปอเรชัน ซึ่งการทำธุรกิจของบ้านณรงค์เดช กับพรประภา นั้นมีลักษณะที่เหมือนกันทุกอย่างจนกลายเป็นคู่แข่งทางการค้ากันไปโดยปริยาย

ความขัดแย้งของคุณหญิงพรทิพย์และพี่น้องภายในครอบครัวพรประภาเริ่มขึ้นเมื่อ บริษัท ยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เลือกที่จะร่วมมือกับ บริษัท เคพีเอ็น กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น แทนที่จะเป็นคู่ค้าเก่าที่จับมือทำธุรกิจกันมานานกว่า 30 ปีอย่าง บริษัท สยามยามาฮ่า จำกัด ที่ บริษัท สยามกลการ จำกัด ของกลุ่มพรประภาถือหุ้นอยู่ อีกความขัดแย้งที่เป็นศึกสายเลือดที่ปะทุชัดเจนขึ้นมาอีกครั้งนั้น คือความขัดแย้งธุรกิจเกี่ยวกับเสียงเพลง เพราะคุณหญิงพรทิพย์ได้จัดโครงการประกวดร้องเพลงอันโด่งดังอย่าง KPN Award และมาเปิดโรงเรียนสอนร้องเพลง เคพีเอ็น มิวสิค ซึ่งกระทบต่อธุรกิจของโรงเรียนสอนดนตรีสยามกลการของกลุ่มพรประภาโดยตรง ทั้งคู่ขยายสาขาแข่งกัน ไปจนถึงศึกแย่งชิงครูสอนดนตรีจากอีกสังกัด เรียกว่าเป็นศึกสายเลือดอันแสนเข้มข้นเลยก็ว่าได้
อีกหนึ่งตระกูลดังที่มีปัญหาศึกสายเลือดแย่งชิงสมบัติจนกลายเป็นข่าวโด่งดังในหน้า 1 หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ก็คือตระกูล “ธรรมวัฒนะ” เจ้าของตลาดสดยิ่งเจริญ แถวสะพานใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่าหมื่นล้าน แต่เรื่องราวที่ทำให้ผู้คนต้องจดจำคือ การเสียชีวิตของคนในครอบครัวถึง 5 ศพ ที่ถูกโยงเข้าเป็นประเด็นในเรื่องของทรัพย์สินมรดกมูลค่ามหาศาลของ “นางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ” มหากาพย์การเสียชีวิตของคนในตระกูลธรรมวัฒนะนั้นยิ่งกว่านิยายในละครเลยก็ว่าได้ โดยหลายสื่อได้รายงานข่าวการเสียชีวิตของคนในตระกูลนี้ และตั้งปมไปในทางเดียวกันคือ แบ่งมรดก โดยคดีใหญ่ของตระกูลธรรมวัฒนะและเป็นข่าวโด่งดังจนเป็นที่กล่าวขานจนถึงทุกวันนี้คือ การเสียชีวิตของ นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ เมื่อปี 2542 ตามรายงานข่าวระบุเป็นการฆ่าตัวตายด้วยอาวุธปืน .38 จ่อขมับ ภายในห้องนอนคฤหาสน์ธรรมวัฒนะ คดีดังกล่าวถูกรื้อขึ้นมาหลายรอบ มีการผ่าพิสูจน์ศพถึง 3 ครั้งใน 7 ปี เพราะเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมมากกว่าการฆ่าตัวตาย แต่จากหลักฐานต่างๆ ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นการฆาตกรรมจริงๆ แต่หลังการสูญเสียบุคคลในตระกูลธรรมวัฒนะที่เต็มไปด้วยคราบเลือดมากกว่าคราบน้ำตา พี่น้องที่เหลือในตระกูลจึงได้หันหน้ามาเจรจาปรองดองกัน สามารถยุติคำครหา “มรดกเลือด” ได้อย่างสิ้นเชิง

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์

Comments are closed.