แก่-ไม่ฟิตโดนย้ายงาน เป็นนักดับเพลิงต้องพร้อม

แก่-ไม่ฟิตโดนย้ายงาน เป็นนักดับเพลิงต้องพร้อม

แก่-ไม่ฟิตโดนย้ายงานคัดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องพร้อม สกรีนจาก2พันคนลงภาคสนาม นายประยูร ครองยศ  รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร(กทม.)  เปิดเผยว่า  จากแนวทางการพัฒนาบุคลากรเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยซึ่งต้องมีการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีความรู้ความสามารถในการช่วยเหลือดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในปัจจุบันนั้นกทม.มีเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานรวมกว่า 2,000 คน  ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะมีอายุระหว่าง 20-60ปี  ซึ่งจะแบ่งการปฏิบัติงานออกเป็น 3กะ  โดยในแต่ละสถานีดับเพลิงต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำการทำงานตลอด 24ชั่วโมงและจำนวนเจ้าหน้าที่ต้องเพียงพอในการเข้าระงับเหตุโดยกทม.จะกวดขันดูแลเจ้าหน้าที่ให้มีสภาพร่างกายแข็งแรงพร้อมปฏิบัติงานอย่างสูงสุดซึ่งจะต้องมีการตรวจร่ายกายฝึกร่างกายและความรู้ในกันป้องกันภัยรูปแบบต่างๆเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1ครั้งและกลุ่มเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่มีอายุตั้งแต่ 45-50ปีขึ้นไปและมีร่างกายไม่แข็งแรงมีน้ำหนักเกิน หรือมีโรคประจำตัวนั้นจะปรับระบบรูปแบบการทำงานให้มุ่งเน้นงานด้านบริหารมากยิ่งขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าหน้าที่ภาคสนามเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความพร้อมด้านร่างกายพร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างสูงสุด

นายประยูร  กล่าวต่อว่า  นอกจากนี้กทม.จะเร่งพัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบรรเทาสาธารณภัยอย่างรอบด้าน  ซึ่งจะเน้นการระงับเหตุภัยรูปแบบใหม่ๆ  เช่น  ภัยจากสารเคมีซึ่งต้องมีการระงับเหตุอย่างถูกต้องรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายสู่พื้นที่โดยรอบ  ซึ่งจะมีการประสานความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเข้าอบรมเจ้าหน้าที่ของกทม.พร้อมทั้งในปี 2561นี้  กทม.ยังได้พัฒนาระบบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเพิ่มเติมอุปกรณ์วัสดุในการระงับเหตุที่มีประสิทธิภาพและจัดสรรงบประมาณอีกจำนวน 40ล้านบาทเพื่อจัดซื้อรถดับเพลิงสารเคมีโดยเฉพาะซึ่งขณะนี้ กทม.อยู่ระหว่างเร่งกำหนดทีโออาร์รูปแบบรถที่เหมาะสมที่ดำเนินการจัดซื้อต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

Comments are closed.